ประวัติ – Bio

bio in english

ช่วง มูลพินิจ เป็นศิลปินชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2483 หลังจากจบชั้นมัธยมที่จังหวัดสมุทรสงคราม ได้เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนศิลปศึกษา(ช่างศิลป์) 2 ปี หลังจากนั้นก็เข้ามาเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรมและปฏิมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะเรียนก็ทำงานรับจ้างทำฉากภาพยนต์ เขียนภาพฝาผนัง และงานศิลป์ต่างๆ จนจบอนุปริญญา จิตรกรรมปฏิมากรรม

ช่วง มูลพินิจ

 

งานของช่วงในระยะแรกเริ่มเป็นภาพวาดลายเส้นที่ประยุกต์ความอ่อนช้อยของ ลายไทย เข้ากับรูปทรงแบบเหมือนจริงได้อย่างกลมกลืน ต่อมาจึงได้พัฒนามาใช้เทคนิคสีน้ำและสีน้ำมัน แต่ยังคงเอกลัษณ์เรื่องลายเส้นอ่อนช้อย ผสมผสานเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ความงามของงานศิลปะที่ช่วงได้เนรมิตขึ้น แสดงถึงความสนใจในวิถีของธรรมชาติและวิถีของพุทธศาสนา จากพื้นฐานชาวเกษตรกรของเขาแต่ดั้งเดิม งานส่วนใหญ่ของเขา แสดงเรื่องราวของดอกไม้ แมลง สัตว์ มนุษย์ ทั้งในแง่อีโรติค จนกระทั่งถึงนัยการมองเห็นในวัฏสงสารของชีวิต ช่วง มูลพินิจได้ผนึกเรื่องราวทางอุดมคติกับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม แนบเนียน และลงตัว

บางครั้งก็นำเรื่อราวจากศาสนาและวรรณคดีมาสร้างจินตนาการใหม่ ทำให้งานศิลปะของเขามีรูปแบบหลากหลายจนยากที่จะให้คำจำกัดความว่างานของเขา จัดอยู่ในประเภทใด บางคนบอกว่างานของเขาเป็นแนวไอเดียลิสติค ผสมผสานกับแฟนตาซี งานลายเส้นขาวดำ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ช่วง มูลพินิจ นั้น บางคนก็บอกว่าคล้ายกับงานลายเส้นของ ออเบรย์ เบียตสลีย์ (Aubrey Beardsley) ศิลปินสมัยวิคตอเรียน รงษ์ วงศ์สวรรค์ นักเขียนผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมืองไทย ให้ฉายาเขาว่า จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย

เริ่มต้นทำงานที่ศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ตำแหน่งช่างออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องเขิน ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่นี่ได้รับการชักชวนจาก สุลักษณ์ ศิวรักษ์ให้มาเขียนภาพลายเส้นประกอบในหนังสือสยามสมัย ซึ่งทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงโดดเน่นขึ้นมา และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วยผลงานเขียนลายเส้นฟรีแฮนด์ที่มีแบบฉบับ เฉพาะตัว และต่อมาได้มาเขียนภาพปกและภาพประดับในหนังสือและนิตยสารต่างๆ เช่น ช่อฟ้า ชาวกรุง เฟื่องนคร สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ช่วง มูลพินิจ ทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ 9 ปี ก็ลาออกจากราชการมาทำงานที่บริษัทโฆษณาอยู่ 3 ปีหลังจากนั้นก็ออกมาเป็นศิลปินอิสระ

ภาพประกอบหนังสือฟ้าเมืองทอง

 

ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกประเภทหนึ่งของช่วงคือ งานออกแบบตัวหนังสือชื่อเรื่องและโปสเตอร์ภาพยนต์ไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องในแนววรรณคดีหรือเรื่องพื้นบ้านไทยสมัยเก่า เช่น แผลเก่า เลือดสุพรรณ เพื่อน-แพง ไกรทอง กากี พระรถ-เมรี งานโปสเตอร์หนังเรื่องเพื่อน-แพง ได้รับเลือกเป็นโปสเตอร์ที่งามที่สุดในโลก ในการส่งเข้าประกวดทีสถาบันโรงภาพยนต์แห่งชาติ กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ.2526

 


T he beauty of Chuang’s art reveals his intense interest in Budhhism and nature, stemming from his agriculture roots of his childhood. In his works, the combination of nude women and Thai designs with flowers, leaves, and animals become his identity. Some of his works show a romance of man and woman in Thai literature as well as taking an erotic view of the cycle of life.

Chuang Moolpinit and wife

Chuang’s early works were line drawings which blended harmoniously a traditional Thai motif with realistic form of objects. Although he turned later to employ techniques of watercolor and oil painting, he still maintains his uniqueness in combining elements of traditional design and modern realism.

His works become varied in Styles that it is hard to classify in any school. Some describes his works as idealistic blended with fantasy. Others compare his works with Aubrey Beardsley, an artist in the Victorian age. He is the man Rong Wongsawan, a famous Thai writer, named “The artist who sees the beauty smile of an ant.

After graduating from the Faculty of Painting and Sculpture from Silpakorn University in 1962, Chuang began his job as a lacquer ware designer at the Industrial Product Design Center, the Ministry of Industry. At that time, anyone hardly earned enough by being a professional artist.

free-hand style drawing for Thai Magazines in 1960s-1970s

 

During working there, he was persuaded by Mr. Sulak Sivalak to illustrate for Siam Samai Magazine. With his unique free-hand style drawing, recognition and fame was slowly coming and demand for his work was on the rise. Other editors became interested in his work. Later he did the book covers and illustrations for many major magazines. He worked at Ministry of Industry for nine years then resigned to take a job at an advertising company for three years. He then retired himself to be an independent artist until this day.

 

Another kind of his well known work is the design of Thai movie posters and titles with his unique fine drawing of letters. One of his mobie poster titled “Puen-Pang” was selected as one of the world most beautiful poster by National Theater Institute of London in 1983.

 


 

เกิด:
7 ธันวาคม พ.ศ. 2483, สมุทรสงคราม

การศึกษา
พ.ศ.2503 : จบโรงเรียนศิลปศึกษาเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร
พ.ศ.2505 : จบอนุปริญญาคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

อาชีพ : ศิลปินอิสระ

ประวัติการแสดงงานนิทรรศการเดี่ยว
พ.ศ.2513 : มินิ-เมนิ สยามสแควร์
พ.ศ.2519 : สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน
พ.ศ.2523 : สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน
พ.ศ.2530 : หอศิลปแห่งชาติถนนเจ้าฟ้า
พ.ศ.2530 : โรงแรมอิมพีเรียล
พ.ศ.2543 : ห้องแสดงศิลปกรรมศยาม จ.ภูเก็ตนิทรรศการกลุ่ม
พ.ศ.2524-พ.ศ.2543 ในประเทศและต่างประเทศ (จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา)ผลงานศิลปะทางพุทธศาสนา
พ.ศ.2524 : ออกแบบพระประธานพระธรรมกาย วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี
พ.ศ.2525 : ออกแบบและปั้นพระพุทธอภัยมลคงสมังคีที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายสมเด็จพระจ้าอยู่หัวฯ เพื่อนำไปพระราชทานแก่ทุกจังหวัดในวโรกาส เฉลิมฉลองรัตนโกสินทร์ 200 ปี
พ.ศ.2526 : ออกแบบและควบคุมภาพปั้นนูนต่ำ ขนาน 12×27 เมตร 2 ภาพ (ภาพปฐมเทศนา และภาพมารผจญ) ประดับพระมหาเจดีย์วัดธรรมมงคล (พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์) สุขุมวิท 101 ก.ท.ม.
พ.ศ.2528 : ออกแบบและควบคุมภาพปั้นนูนต่ำปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ วัน อุตตโม โดยรอบพิพิธภัณฑ์ของพระอาจารย์วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร
พ.ศ.2532 : ออกแบบอุโบสถวัดเขาดินวนาราม อ.เมือง จ.ชุมพร
พ.ศ.2534 : ออกแบบพระพุทธประธานที่มรูปลักษณ์เหมือนคนจริงให้บริษัทบุญรอดบริเวอรี่
พ.ศ.2535 : ออกแบบเจดีย์ที่ระลึก หลวงปู่คำดี วัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย
พ.ศ.2536 : ออกแบบพระพุทธวิสุทธิธรรมกายนิมิตร วัดราชโอรส
พ.ศ.2539 : ออกแบบจิตรกรรมฝาผนังภายใน โดมมหาวิหาร พระไตรปิฎกหินอ่อน พุทธมณฑล
พ.ศ.2541 : ออกแบบและควบคุม การปั้นหล่อพระนาคปรกจอมปลวก เศียรเดียว ขนาด 2 เท่า คนจริง

ผลงานอื่นๆ
พ.ศ.2534 : ออกแบบภาพปั้นนูนต่ำ “นักรบที่แท้จริง” ขนาด 6X2 เมตร ติดตั้งที่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์มติชน
พ.ศ.2538 : ออกแบบและควบคุมการปั้น “สิงโตคู่” ปฏิมากรรมโลหะสำริด ติดตั้งที่สำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย (ขนาดแต่ละตัวยาว 3.50 เมตร กว้าง 2.50 เมตร น้ำหนัก 5 ตัน)


Leave a Reply

All Rights Reserved 2011 - Chuang Moolpinit